วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2553

กว่าจะมาเป็น น้ำมันขิงสกัด

ขิง เป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน แตกแขนงเอียงตั้งออกด้านข้าง เนื้อในสีเหลือง หรือเหลืองอ่อน มีกลิ่นเฉพาะตัว ใบเดี่ยว ออกสลับสองด้าน มีการปลูกในกลุ่มประเทศเอเซียเขตร้อนมาช้านานแล้ว และได้มีการนำจากประเทศอินเดียไปยังยุโรปและแอฟริกาตะวันออก ชาวโปรตุเกตนำจากแอฟริกาตะวันออก ไปยังทางแอฟริกาตะวันตกและเขตร้อนอื่นๆ ส่วนสเปนนำไปยังจาไมก้า ซึ่งปัจจุบันมีการปลูกขิงในเขตร้อนชื้น ขิงเจริญเติบโตได้ดีในที่ดินร่วง มีความอุดมสมบูรณ์ แสงแดดพอเพียง การระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบพื้นที่มีน้ำท่วมขัง

สรรพคุณหลักคือ ส่วนเหง้า ใช้ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ แก้คลื่นหืนอาเจียน ลดอาการเมารถเมาเรือ ช่วยเจริญอาหาร
เหง้าสด เมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.20 (ขิงสด 1 ก.ก. ได้น้ำมันหอมเพียง 2 กรัม)

สรรพคุณทางยาคือ ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา, แก้อักเสบ, คลายกล้ามเนื้อเรียบ, ต้านออกซิเดชัน, ไล่แมลง

ประโยชน์อื่นๆเช่น ใช้แต่งกลิ่นเครื่องดื่ม ขนมหวาน และเครื่องสำอาค ประเภทสบู่ ครีม โลชั่นทาตัว

ความเป็นพิษ น้ำมันขิงจัดเป็นสารที่มีความปลอดภัย(GRAS) และได้รับอนุญาติให้ใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร น้ำมันขิงมีขนาดของยาที่ทำให้สัตว์ทดลองตาย่ครึ่งหนึ่ง เมื่อให้ทางปากในหนูขาวและให้โดยการทาผิวหนังกระต่าย มากกว่า 5 กรัม ต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553

วิธีการทำ น้ำมันเหลืองสมุนไพร

นำวิธีการทำ น้ำมันเหลืองสมุนไพร ตำหรับ ชาววัง มาฝาก

ส่วนประกอบ

1. ไพลแก่ อายุอย่างน้อย 1 ปี 200 กรัม
2. น้ำมันงา 50 กรัม
3. เมนทอลเกร็ด 100 กรัม
4. การบูร 100 กรัม
5. พิมเสน 25 กรัม
6. น้ำมันหอมระเหย 10 ซีซี

วิธีทำ

1 นำไพลล้างให้สะอาด วางให้แห้ง แล้วนำมาหั่น เป็นชิ้นบางๆ นำ น้ำมันงา ใส่กระทะใช้ไฟอ่อนๆ ใส่ไพลทอดให้เหลืองยกลง กรองกากออกให้น้ำมันตกตะกอน

2 นำเมนทอล การบูร คนให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ละลายจนเป็นน้ำใส เติมน้ำมันจากไพลทอดน้ำหนักสุทธิรวม 25 กรัม และน้ำมันหอมระเหยกลิ่นตามชอบเช่น น้ำมันสะระแหน่ น้ำมันขิง น้ำมัน สมุนไพร ที่มีกลิ่นหอม ประมาณ 10 ซีซี คนให้เป็นเนื้อเดียวกันและบรรจุภาชนะ

สรรพคุณ ใช้ดมบรรเทา วิงเวียน ศีรษะหน้ามืด ทาถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย

สนใจสั่งซื้อ น้ำมันจมูกข้าว, น้ำมันงา, น้ำมันงาหม่อน, น้ำมันขิง และ น้ำมันสมุนไพรสกัดเย็น อื่นๆ ติดต่อ จิตรา 086 7334406

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ประโยชน์ของ น้ำมันขิง

น้ำมันขิง มีคุณสมบัติช่วยให้เกิดความสมดุลย์ น้ำมันขิง ช่วยรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ เคล็ด ปวดเมื่อย การหมุนเวียนโลหิตไม่ดี ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด เจ็บคอ น้ำมันขิง จะช่วยทำให้อบอุ่น รู้สึกสบาย ลดอาการหนาวสั่น ไอ และอาการไซนัส
น้ำมันขิง ช่วยรักษาอาการบวมช้ำที่ผิวหนัง น้ำมันขิง ช่วยขับให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ลดอาการปวดท้อง ท้องเดิน ท้องอืด อาหารไม่ย่อย น้ำมันขิง ช่วยให้อยากรับประทานอาหารมากขึ้น ลดอาการแพ้ท้อง อาการไม่สบายระหว่างเดินทางนานๆ ลดอาการอ่อนเพลีย ประสาทอ่อนล้า ช่วยกระตุ้นอารมณ์ที่เบื่อหน่ายให้มีชีวิติชีวา ทำให้ตื่นตัว การรับรู้และความทรงจำเฉียบแหลมขึ้น และยังสามารถรักษาโรคติดเชื้อได้อีกด้วย

น้ำมันขิง แก้อาการคันศีรษะ ผมหงอก ผมร่วง ช่วยกระตุ้นรากผมที่ร่วงให้งอกใหม่ น้ำมันขิง แก้ปวดข้อปวดกล้ามเนื้อ น้ำมันขิง ช่วยขยายหลอดเลือดใต้ผิวหนัง ช่วยให้เจริญอาหาร แก้จุกเสียด ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับเสมหะ

สนใจสั่งซื้อ น้ำมันจมูกข้าว, น้ำมันงา, น้ำมันงาหม่อน, น้ำมันขิง และ น้ำมันสมุนไพรสกัดเย็น อื่นๆ ติดต่อ จิตรา 086 7334406

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

น้ำมันจมูกข้าว และน้ำมันสมุนไพรสกัดเย็น

สนใจสั่งซื้อ น้ำมันจมูกข้าว, น้ำมันงา, งาหม่อน, ขิง และ น้ำมันสมุนไพรสกัดเย็น อื่นๆ ติดต่อ จิตรา 086 7334406

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Essential - Rice Bran and Germ Oil

Rice Bran and Germ Oil

Asian rice is classified as Oryza sativa.

Asian rice bran and germ oil is rich in linoleic acid Omega-6 Essential Fatty Acids (35%), oleic acid (Omega-9 monosaturated fats) (40%) and Vitamin E (32.3mg/100g).

The oil is also extremely rich in phytosterols (1190mg/100g or 167 mg/tbsp), mainly beta sitosterol.

Phytosterols have been shown to be as effective as conventional drugs for relieving frequent urination in aging men suffering from prostate conditions and quickly lower cholesterol.

The oil also contains a compound called gamma oryzanol that reduces absorption and increases excretion of cholesterol.

Gamma oryzanol is also an effective antioxidant. Research findings reported at a symposium sponsored by the American Heart Association indicate that Rice Bran Oil has the unique ability to lower harmful LDL cholesterol levels up to 30% without reducing HDL or "good" cholesterol that protects against heart attacks, and that "...people would need to consume less than two tablespoons of the oil a day to get the benefits."

These health benefits are due to rice bran oil's natural balance of mono and poly unsaturates, unsaponfiables, plant sterols which reduce cholesterol absorption, gamma oryzanol which reduces absorption and increases excretion of cholesterol and a significant amount of naturally occurring tocopherols (vitamin E).

Animal studies coupled with a human clinical trial have demonstrated that rice bran oil can be recommended for the replacement of saturated fat in the diet.

More importantly, ingredients such as oryzanol, which are unique to rice bran oil, have the ability to reduce blood cholesterol levels up to 40 percent and are associated with significant reductions in early atherosclerosis.

Rice oil also has a pleasant taste and can be used for its light, delicate flavor on salads.

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ประโยชน์ของ น้ำมันงา

คนโบราณนิยมใช้ น้ำมันงา ( Sesame ) ในการรักษาตัวเองมานานหลายพันปีมาแล้ว ทั้งในประเทศอินเดียและจีน สรรพคุณต่างๆที่รวบรวมได้มีดังนี้

1. น้ำมันงา มีสรรพคุณต้านแบคทีเรีย รา และไวรัส สามารถลดการอักเสบ มีรายงานการทดลองว่าสามารถทำให้หลอดเลือดแดงดีขึ้น ลดการเกิดการอุดตันของหลอดเลือด (Atherosclerosis)ใช้กับโรคเรื้อรัง เช่น ตับอักเสบ เบาหวาน และปวดศีรษะเรื้อรัง ในการศึกษาทดสอบในห้องปฏิบัติการ น้ำมันงา ( Sesame ) สามารถสกัดการเติบโตของเซลล์มะเร็งผิวหนัง (malignant melanoma) และเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาจเป็นเพราะมีกรด linoleic ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็น (EFA) มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเมื่อซึมซับลงไปใต้ผิวหนังแล้วจะทำลายอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น จึงมีสรรพคุณต้านการเกิดมะเร็งด้วย เมื่อเข้าสู่หลอดเลือดจะช่วยลดจำนวนไลโปโปรตีนชนิดเบา (LDL) ในหลอดเลือดซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

2. น้ำมันงา ( Sesame ) ช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ให้เป็นปกติ ภายในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่เซลล์บางชนิดใช้ไขมันแทนน้ำตาล น้ำมันงา จะเป็นอาหารที่จำเป็นสำหรับเซลล์เหล่านี้ เมื่อใช้กลั้วคอและบ้วนปากจะลดเชื้อที่ทำให้เกิดเหงือกอักเสบ เชื้อก่อโรคเจ็บคอ และเชื้อหวัด ใช้หยอดจมูก (1-2 หยด) เมื่อเป็นไซนัสพบว่าได้ผลดี

3. น้ำมันงา ใช้ทาผิวผู้เป็นโรคสะเก็ดเงินหรือเรื้อนกวาง (Psoriasis) และผู้มีผิวแห้ง ใช้ทาผิว และเคลือบเส้นผมเพื่อป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด และลม เมื่อทาผิวหนังจะช่วยจับสารพิษชนิดละลายน้ำได้ และเมื่อล้างหรืออาบน้ำ สารพิษที่จับไว้ก็จะหลุดไป น้ำมันงา (Sesame) จะช่วยจับสารพิษในกระแสเลือดเช่นเดียวกัน และนำไปสู่การขจัดออกจากร่างกายต่อไป เมื่อใช้ทาผมและนวดศีรษะจะช่วยให้หนังศีรษะไม่แห้ง และช่วยรักษาเหาในกรณีที่เด็กติดเหา

น้ำมันงา นอกจากจะทำให้ผิวนุ่มแล้วจะช่วยรักษาแผลเล็กน้อยได้ เมื่อใช้เป็นน้ำมันนวดให้ใช้ทาแขนขาในลักษณะขึ้นลง และใช้วิธีคลึงเป็นวงกลมรอบๆ ข้อต่อ เพื่อกระตุ้นพลังธรรมชาติของข้อ ช่วยลดอาการปวดตามข้อได้ ชาวธิเบตใช้ น้ำมันงา หยดจมูกข้างละ 1 หยดเพื่อช่วยให้นอนหลับ และลดความกระวนกระวาย

น้ำมันงา ใช้ทาผิวหน้าจะทำให้ผิวตึงขึ้น เมื่อทาบริเวณจมูกจะทำให้รูขุมขนไม่ให้เปิดมากไป ป้องกันการแก่ตัวของผิวหน้า ใช้ได้ดีแม้กับวัยรุ่นซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องสำอางอื่นๆ เลย

น้ำมันงา ใช้ทาให้ทั่วตัวก่อนว่ายน้ำเพื่อป้องกันการเกิดระคายเคือง จากสารคลอรีนที่ผสมไว้ในสระว่ายน้ำ น้ำมันงา ดูดซึมเร็วไม่ติดค้างอยู่บนผิว สำหรับผู้ต้องรับการรักษาด้วยการฉายรังสี น้ำมันงา จะช่วยบรรเทาอันตรายจากออกซิเจนอิสระที่เกิดจากการรักษาชนิดนี้ ผสมน้ำชำระส่วนปกปิดจะช่วยป้องกันโรคติดเชื้อที่ทำให้เกิดอาการคัน (Vaginal yeast infections) และเนื่องจาก น้ำมันงา มีสารที่มีผลคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง จึงมีผู้ใช้ทาเฉพาะที่เพื่อช่วยลดการเปลี่ยนแปลง เช่น การเกิดการบางตัวของผิวที่อาจทำให้มีอาการระคายเคืองเมื่อฮอร์โมนหญิงลดลง ชาวอินเดียใช้ น้ำมันงา ทาหน้าท้องเมื่อปวดประจำเดือน

สำหรับทารก น้ำมันงา จะช่วยป้องกันการเกิดการระคาย เกิดผื่นแดงที่ผิวจากปัสสาวะและความอับชื้น (rash) เมื่อใช้ทาผิวบริเวณจมูก และหูจะช่วยป้องกันโรคผิวหนังที่อาจเกิดบริเวณเหล่านี้ สำหรับเด็กที่เป็นหวัดและติดหวัดบ่อย ใช้ น้ำมันงา เช็ดภายในผนังจมูกเล็กน้อย จะช่วยลดการติดเชื้อที่มาเข้าสู่ร่างกายได้ มีผลในการระบายท้อง (Laxative) โดยจิบเพียง 1 ช้อนชาก่อนนอน อาจช่วยบรรเทาอาการท้องผูก แต่อย่าใช้ขณะท้องร่วง

รายละเอียดเพิ่มเติม

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ประโยชน์ของน้ำมันจมูกข้าว

จมูกข้าวและรำข้าว Germ and Rice Bran ที่ถูกขัดสีทิ้ง เป็นส่วนที่มีสารอาหารต่างๆ มากมาย หากรับประทานสม่ำเสมอ จะให้ประโยชน์กับร่างกาย ดังนี้

1. ลดคอเลสเตอรอล และ ไตรกรีเซอร์ไรด์ สารแกมม่า-ออไรซานอล ทำหน้าที่เพิ่มระดับไขมันชนิดดี (HDL) ให้แก่ร่างกาย ซึ่งไขมันชนิดนี้จะไปช่วยขจัดคอเลสเตอรอล (LDL) รวมทั้งไตรกรีเซอร์ไรด์ (Triglycerides) จากหลอดเลือดและส่วนต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนั้น น้ำมันจมูกข้าว ยังประกอบด้วยวิตามินอีกลุ่มโทโคโตรอินอล ไฟโตสเตอรอล และกรดไขมันโอเมก้า 3-6-9 ซึ่งมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล และ ไตรกรีเซอร์ไรด์ ได้ด้วย

2. ป้องกันโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน โรคหัวใจ โรคสมองเสื่อม โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคชาตามประสาทส่วนปลาย รวมทั้งโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ล้วนมีสาเหตุมาจากการที่หลอดเลือดอุดตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่ายกายไม่ทั่วถึง จึงเป็นเหตุให้เกิดโรคดังกล่าว สารอาหารต่างๆ ในน้ำมันจมูกข้าว Rice Germ Oil ช่วยขจัดไขมันในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดสะอาด ปลอดโปร่งอยู่เสมอ เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย โรคร้ายดังกล่าวข้างต้นก็ไม่เกิดขึ้น

3. บำรุงสมอง บำรุงระบบประสาท กรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วย บำรุงสมอง บำรุงเซลล์ในระบบประสาท ทำให้สมองดีอยู่เสมอ เด็กที่รับประทานน้ำมันจมูกข้าว Rice Germ Oil จึงมีความจำดี ส่วนผู้สูงวัยหากได้รับประทานน้ำมันจมูกข้าวอยู่เสมอ ก็จะปลอดภัยจากโรคสมองเสื่อม ขณะที่โอเมก้า 6 และวิตามินบีคอมเพล็กซ์ เป็นส่วนประกอบของเซลล์ผิวหนัง และ เซลล์ในอวัยวะสืบพันธุ์ ช่วยให้ผิวหนัง และระบบสืบพันธุ์ดีขึ้น

4. ป้องกันโรคมะเร็ง ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่า หากได้รับสารอาหารที่มีอยู่ในน้ำมันจมูกข้าวเข้มข้นถึง 5% ของกระแสเลือดในร่างกาย จะช่วยให้รอดพ้นจากการเป็นโรคมะเร็ง แม้ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งแล้ว ก็ช่วยได้ถึง 62% เนื่องจากในน้ำมันจมูกข้าว มีสารอาหารต้านอนุมูลอิสระ จำนวนมาก ว่ากันว่า สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันจมูกข้าว มีมากกว่าในพืชทุกชนิดเท่าที่มีการค้นพบ ในเวลานี้

5. บำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส และ ชลอความแก่ น้ำมันจมูกข้าว Rice Germ Oil มีวิตามินอีจำนวนมาก รวมทั้งวิตามินบีคอมเพล็กซ์ โอเมก้า 6 และเซลาไมซ์(Ceramide) ซึ่ง เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่า สารอาหารดังกล่าว มีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง เปล่งปลั่ง ผ่องใสมีน้ำมีนวลอยู่เสมอ ทำให้แก่ช้า หรือ ชลอความแก่ ที่มีรอยเหี่ยวย่นเกิดขึ้นแล้ว ก็ทำให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นหายไป

6. ควบคุมความสมดุลของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ร่างกายคนเราจะผลิตฮอร์โมนชนิดต่างๆ ออกมาเสมอ เพื่อให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ดำเนินไปได้อย่างปกติ หากร่างกายขาดฮอร์โมนชนิดใดชนิดหนึ่งก็จะเกิดโรคร้ายขึ้น เช่น ความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมนอินซูลิน ก็จะเป็นผลให้เกิดโรคเบาหวาน หรือ ความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์เอสโตรเจนในสตรี ก็จะเกิดอาการวัยทองและระบบประจำเดือน เป็นต้น จาก การศึกษาวิจัย พบว่า สารอาหารหลายชนิดในน้ำมันจมูกข้าว Rice Nose Oil ช่วยให้ร่างกายสามารถผลิตฮอร์โมนได้อย่างสม่ำเสมอและเกิดความสมดุล จึงทำให้ร่างกายแข็งแรงตลอดไป

7. ป้องกันโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศทั้งชายและหญิง อาการหย่อน สมรรถภาพทางเพศ เกิดขึ้นได้กับทั้งชายและหญิง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม สำหรับชายหญิงที่ได้รับสารอาหารต่างๆ ในน้ำมันจมูกข้าวเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายมีความแข็งแรง สมบูรณ์อยู่เสมอ อีกทั้งสารเมลาโทนิน(Melatonin) ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายด้วย ก็จะทำให้รอดพ้นจาก โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ตลอดไป

8. บำรุงดวงตา สายตา ให้แจ่มใส ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ดวงตาเป็นอวัยวะ ที่สำคัญ หากขาดการบำรุง ก็จะทำให้ดวงตาเกิดโรคต่างๆ ได้ เช่น น้ำเลี้ยงตาแห้ง ทำให้รู้สึกปวดแสบ ปวดร้อนที่ดวงตา หรือ เป็นต้อชนิดต่างๆ เป็นต้น สารอาหารที่อยู่ในน้ำมันจมูกข้าว เช่น วิตามินเอ วิตามินบีคอมเพล็กซ์ เบต้าแคโรทีน ล้วนมีส่วนช่วยให้ดวงตาแจ่มใสและใช้งานได้ดีอยู่เสมอ

9. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ในน้ำมันจมูกข้าว มีสารอาหารต่างๆ มากมาย ทั้งโปรตีน(จากพืช) ไขมันชนิดดีที่ร่างกายต้องการ(HDL) วิตามินต่างๆ ทั้งวิตามินเอ บีรวม อี ดี เค แร่ธาตุสำคัญๆ ที่ร่างกายต้องการก็มีอยู่ในน้ำมันจมูกข้าว เช่น แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส โปตัสเซี่ยม เซเล เนี่ยม โครเมี่ยม สังกะสี แมงกานีส นอกจากนั้น ยังมีเลซิติน ไลโซเลซิติน เซฟฟาลีน เบต้าแคโรทีน ซึ่งทั้งหลายทั้งปวง ล้วนทำให้สุขภาพแข็งแรง จึงทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่ดี ไม่เจ็บไม่ป่วย แม้ผู้ที่มีอาการป่วยแล้ว หากได้รับสารอาหารดังกล่าวอย่างเพียงพอและสมดุล ก็จะหายป่วยได้ ล่าสุด นายแพทย์บาร์รี่แห่งมหาวิทยาลัยไมอามี่ สหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยผู้ป่วยเอดส์ โดยให้ทานเซเลเนี่ยมเป็นประจำ ปรากฎว่า ได้ผลดี ทำให้ภูมิคุ้มกัน (CD4) เพิ่มมากขึ้น ขณะที่เชื้อ HIV ลดลง ดังนั้น ผู้ที่ร่างกายปกติควรรับประทานน้ำมันจมูกข้าว Rice Germ Oil เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงตลอดไป ส่วนผู้ที่ป่วยแล้ว ก็ควรรับประทานน้ำมันจมูกข้าว เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร ซึ่งจะทำให้หายป่วยอย่างรวดเร็ว

10. หลับสนิท จิตใจเบิกบาน สารอาหารเมลาโทนิน ในน้ำมันจมูกข้าว จะทำให้นอนหลับสนิท หลับลึก ทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เมื่อตื่นก็สดชื่นเบิกบาน จิตใจก็แจ่มใส ไม่เครียด ทำให้ การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างมีความสุข


สารอาหารและประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว Rice Bran and Germ Oil

1.กล่มแกมมา-ออไรซานอล (Gamma-Oryzanol) มี ประสิทธิภาพในการลดระดับคอเรสเตอรอล และ ไตรกรีเซอร์ไรด์ ทั้งในเลือดและอวัยวะต่างๆ ทำให้หลอดเลือดไม่มีไขมันอุดตัน เลือดจึงไปหล่อเลี้ยงหัวใจ สมอง และส่วนต่างๆ ของร่างกายได้สะดวก ทำให้ไม่เป็นโรคหัวใจ โรคความดัน โรคสมองเสื่อม โรคเบาหวาน โรคอัมพฤกษ์ โรคอัมพาต และโรคชาตามมือเท้า รวมทั้งโรคหย่อนยานสมรรถภาพทางเพศ ในชายและหญิง

2.กลุ่มโทคอล (Tocols) เป็น สารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง ช่วยในการสร้าง และซ่อมแซมเซลส์ ต่างๆ ของร่างกาย ช่วยให้ภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ และภูมิแพ้ดีขึ้น ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย ลดภาวะท้องผูก เนื่องจากทำให้อุจจาระอ่อนตัวลง และเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ใหญ่ได้ง่ายขึ้น ช่วยลดภาวะความเสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงทวารและมะเร็งลำไส้ใหญ่

3.กลุ่มฟอสโฟไลปิด (Phospholipid) ช่วยในการสร้างและซ่อมแซมเซลส์ในระบบประสาท ช่วยเสริมสร้างความจำ ทำให้ความจำดีอยู่เสมอ ช่วยลดความเครียด

4.กลุ่มกรดไขมันไลโนเลอิค
4.1 โอเมก้า 6 บำรุงเซลส์ผิวหนัง และเซลส์ระบบอวัยวะสืบพันธ์
4.2 โอเมก้า 3 ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันภาวะเสื่อมของสมอง และความจำ
4.3 โอเมก้า 9 ช่วยชะลอความชรา และ CLA ช่วยเพิ่มการเผาผลาญอาหาร ลดไขมันส่วนเกิน ไม่อ้วน

5.กลุ่มเซราไมด์ (Ceramide) เป็นส่วนประกอบของชั้นใต้ผิว ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นชุ่มชื้น เปล่งปลั่งมีน้ำ มีนวล ขาวผุดผ่องปราศจากริ้วรอยเหี่ยวย่น ช่วยยับยั้งการสังเคราะห์เมลานีน ที่เป็นสาเหตุของฝ้า กระ และจุดด่างดำ

6. ไฟโตสเตอรอล ช่วยลดการอักเสบ ลดการบวม สลายลิ่มเลือด

7. สารเมลาโตนิน (Melatonin) ช่วยคลายเคลียด และทำให้นอนหลับสนิท หลับสบาย

8. แร่ธาตุต่างๆ แคลเซียม เหล็ก โปตัสเซี่ยม เซเลเนี่ยม สังกะสี แมงกานีส โครเมี่ยม ช่วยป้องกันผมร่วง ศรีษะล้าน กระดูกพรุน กระดูกเสื่อม ปวดข้อ ปวดเข่า

9. วิตามินA วิตามินBรวม วิตามินD วิตามินE วิตามินK ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดโรคตาต้อ และ เซเลเนียม สามารถต้านทานเชื้อไวรัส HIV (เอดส์)

10. โปรตีน ช่วยในการเสริมสร้างส่วนต่างๆในร่างกาย

สนใจสั่งซื้อ น้ำมันจมูกข้าว และน้ำมันสกัดเย็นจากสมุนไพร ติดต่อ จิตรา - 086 733 4406

เกี่ยวกับฉัน

Thailand
รับงานด้าน SEO และดูแลเว็บไซต์ทั่วไป ราคาไม่แพง คุยรายละเอียด ติดต่อที่เบอร์ 086 434 3835